5 เหตุผลทำไม ฮาแลนด์ ควรอยู่ ดอร์ทมุนด์ ต่อ

5 เหตุผลทำไม ฮาแลนด์ ควรอยู่ ดอร์ทมุนด์ ต่อ
5 เหตุผลทำไม ฮาแลนด์ ควรอยู่ ดอร์ทมุนด์ ต่อ

5 เหตุผลทำไม ฮาแลนด์ ควรอยู่ ดอร์ทมุนด์ ต่อ แม้ว่าจะเพิ่งย้ายจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทีมในออสเตรีย มาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกวัย 19 ปีก็ยังสามารถโชว์ฟอร์มได้สุดยอด

โดยเขาทำประตูให้กับ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้ว 13 ลูก จากการลงเล่น 12 นัดในทุกรายการ และถือเป็นการสานต่อจากตอนอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก ที่ทำไป 28 ลูก จากการลงสนามในทุกรายการ 22 นัด ได้เป็นอย่างดี

ฟอร์มดังกล่าวทำให้ ฮาแลนด์ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอีกครั้ง โดยเฉพาะกับ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งรายหลังที่จริงก็เคยคิดที่จะดึง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากพิจารณาตามปัจจัยที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้แล้วนั้น การอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ต่อไปก่อนมันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเขา ลองไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ฟาฟร์ เป็นกุนซือเกมรุก
แน่นอนว่าสำหรับนักเตะในตำแหน่กองหน้าแล้วนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องการมากเป็นลำดับต้นๆ คือการทำประตูให้ได้ ซึ่งการที่จะมีโอกาสสูงในการทำอย่างนั้นได้มันก็ต้องให้ทีมเน้นเล่นเกมรุกเป็นหลักด้วย ยิ่งเล่นเกมรุกมากเท่าไหร่ มันก็มีโอกาสที่จะทำประตูได้เยอะขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่ ลูเซียง ฟาฟร์ เข้ามาคุม ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาล 2018-19 แล้วนั้น เขาแสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นกุนซือผู้คลั่งไคล้เกมบุกอย่างมาก โดยซีซั่นก่อน ดอร์ทมุนด์ ทำประตูในลีกได้ถึง 81 ลูก เยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก น้อยกว่า บาเยิร์น มิวนิค เพียงแค่ 7 ลูกเท่านั้น ส่วนซีซั่นนี้ “เสือเหลือง” ก็ทำไปแล้ว 72 ลูก มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกในปัจจุบันเช่นกัน โดยเป็นรอง บาเยิร์น มิวนิค เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น

ความกดดันน้อย
แน่นอนว่าชื่อชั้นของ ดอร์ทมุนด์ เหนือกว่าหลายทีมร่วมลีก ถ้าจะเป็นรองก็เป็นรองเพียงแค่ บาเยิร์น เพียงทีมเดียวเท่านั้น และที่จริงซีซั่นก่อนพวกเขาก็เกือบที่จะได้แชมป์ลีกไปครองแล้ว แต่มาพลาดสะดุดแบบต่อเนื่องจนทำให้ต้องชวดแชมป์ลีกไป

อย่างไรก็ตาม ความกดดันในการเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มันก็ไม่รุนแรงเท่ากับการย้ายไปเล่นให้บรรดาทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขา ไม่ว่าจะทั้ง เรอัล มาดริด หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยการไป มาดริด เขาจะโดนมองว่าเป็นตัวความหวังเบอร์ 1 ของทีม ซึ่งออกจะหนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับดาวรุ่งอย่างเขา ส่วนการไป แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น นอกจากจะกลายเป็นหนึ่งในตัวความหวังตัวหลักของทีมแล้วมันยังมีสื่ออังกฤษที่จะตามจับตาดูเขาทุกฝีก้าวอีก

เรื่องดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการของนักเตะดาวรุ่งอย่างเขาแน่นอน ดังนั้นแล้วการเลือกเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ ต่อไป จึงน่าจะเป็นประโยชน์กับเขามากที่สุด

สั่งสมประสบการณ์
ฮาแลนด์ ถือเป็นนักเตะที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดมากที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ก็ว่าได้ หลังจากที่สร้างชื่อได้อย่างดีจนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้ไปทั้งที่เขาเพิ่งเล่นในระดับทีมชุดใหญ่มายังไม่ครบ 5 ฤดูกาลเต็ม ประกอบด้วย 1 ซีซั่นกับ เบิรน ทีมในนอร์เวย์, 2 ซีซั่นกับ โมลด์ อีก 1 ทีมในนอร์เวย์, 1 ฤดูกาลครึ่งกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และกำลังจะอีกครึ่งซีซั่นกับ ดอร์ทมุ

อย่างไรก็ตาม การที่เขาเพิ่งมีประสบการณ์ในระดับนั้นทำให้การไปเล่นกับทีมใหญ่ระดับ เรอัล มาดริด หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด มันอาจจะยังเร็วไปหน่อย เหมือนที่ดาวรุ่งหลายคนเคยต้องหมดอนาคตอย่างรวดเร็วในตอนที่ย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่ๆ ดังนั้นการเก็บประสบการณ์ต่อไปก่อนจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

สถานการณ์อันมั่นคงของ ดอร์ทมุนด์
สมัยนี้นั้นนอกจากเรื่องในสนามแล้ว ประเด็นนอกสนามก็ยังถือว่ามีความสำคัญต่อพัฒนาการและฟอร์มการเล่นของนักเตะเช่นกัน ถ้าหากเรื่องนอกสนามของทีมมีความมั่นคง นักเตะก็จะสามารถเล่นได้อย่างสบายใจ และมุ่งมั่นกับเรื่องภายในสนามได้อย่างเดียว แต่ถ้าเรื่องนอกสนามมีความวุ่นวายมันก็อาจจะทำให้นักเตะไม่มีสมาธิในการเล่นมากเท่าที่ควร

ปัจจุบัน ดอร์ทมุนด์ ดูมีแนวโน้มไปในทางที่ดี จนทำให้เชื่อกันว่า ฟาฟร์ จะได้คุมทีมต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่บอร์ดบริหารของทีมก็มักจะดำเนินนโยบายโดยที่ไม่สร้างความขัดใจให้กับคนภายในทีมมากเกินไป จะมีก็แต่เรื่องการขายนักเตะที่บางครั้งมันเป็นเพราะตัวนักเตะอยากย้ายทีมเอง ในทางกลับกัน มาดริด และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังดูไม่มีความมั่นคงมากเท่าไหร่ อย่าง “ราชันชุดขาว” ก็ยังมีข่าวเรื่องที่ ซีเนดีน ซีดาน อาจจะโดนปลดอยู่เรื่อยๆ รวมถึงแข้งบางคนอาจโดนปล่อยออกจากทีม ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงแม้ตอนนี้กระแสข่าวการปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเบาบางลงไป แต่มันก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มว่า โซลชา จะยังได้คุมทีมต่อ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ออกมาเรื่อยๆ ว่าบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด เล็งคนอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อยู่

เพื่อนร่วมทีมดี
อย่างที่รู้กันดีว่าตอนนี้ ดอร์ทมุนด์ มีนักเตะที่เข้าข่ายจอมผ่านบอลชั้นยอดอยู่ 1 คน นั่นคือ เจดอน ซานโช่ หลังจากซีซั่นนี้ ซานโช่ ทำแอสซิสต์ในลีกไปแล้ว 15 หน นั่นทำให้ที่ผ่านมา ซานโช่ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก แต่บอร์ดบริหารของ ดอร์ทมุนด์ ก็แสดงความชัดเจนว่าต้องการให้ ซานโช่ อยู่กับทีมต่อไปในซีซั่นหน้า นอกเสียจากว่าจะได้ค่าตัวก้อนโต

ถ้าเกิด ดอร์ทมุนด์ สามารถรั้งตัว ซานโช่ เอาไว้ได้ มันก็หมายความว่า ฮาแลนด์ จะยังมีจอมผ่านบอลอย่าง ซานโช่ คอยสร้างโอกาสทำประตูให้เขาต่อ และถึงแม้ ซานโช่ จะย้ายออกจากทีม แต่แนวรุกของ ดอร์ทมุนด์ ก็ยังมีแข้งชั้นยอดอย่าง ธอร์ก็อง อาซาร์ (ผ่านบอลจังหวะสำคัญในลีกเฉลี่ย 1.8 นัดต่อเกม), ยูเลี่ยน บรันด์ท (ผ่านบอลระยะยาวเข้าเป้าในลีกเฉลี่ย 2.8 ครั้งต่อเกม), ราฟาแอล เกอร์เรยโร่ (ผ่านบอลระยะยาวเข้าเป้าเฉลี่ย 2 ครั้งต่อเกม) อยู่อีก

นี่ยังไม่นับ มาร์โค รอยส์ ที่ซีซั่นหน้าน่าจะฟิตเต็ม 100 จนพร้อมช่วยทีมในระยะยาวอีก นั่นหมายความว่า ฮาแลนด์ จะรายล้อมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีหลายต่อหลายคน และมันจะทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำตามไปด้วย